
Lamina Films คือผู้นำในตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ของไทยที่มีรากฐานแข็งแรงและได้รับความเชื่อมั่นจากโชว์รูมทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน แต่การเป็น “แบรนด์ที่คนรู้จัก” (Brand Awareness)
ไม่ได้แปลว่าจะเป็น “แบรนด์ที่คนเลือก” (Brand Consideration) ในยุคใหม่เสมอไป เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะ Gen Z และ Young Gen Y ที่ไม่ได้ตัดสินใจซื้อผ่านการ
แนะนำของโชว์รูมเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาค้นหา เปรียบเทียบ และประเมินผ่าน Creators, TikTok และ Online Communities เราจึงมองโจทย์ของ Lamina ไม่ใช่แค่การทำโฆษณา
แต่เป็นการ Re-positioning แบรนด์จากการเป็น Traditional Brand สู่การเป็นส่วนหนึ่งของ Social Culture เพื่อให้แบรนด์ถูกค้นพบและถูกพูดถึงโดยคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง
เราเปลี่ยนวิธีคิดจากการสื่อสารที่เน้นแค่คุณสมบัติทางเทคนิค (Technical Specifications)
เป็นการสร้างคอนเทนต์ที่ทำให้ Lamina เข้าไปอยู่ใน Interaction และ Experience
ของผู้คน Content จึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกว่าฟิล์มดีอย่างไร แต่ต้องทำให้คนรู้สึกว่า
“ทำไมต้องเจาะจงเลือก Lamina?” สอดคล้องกับกลยุทธ์ Social-first ที่เปลี่ยน Lamina
จากแบรนด์ที่ “ตั้งรับ” (Passive) เป็นแบรนด์ที่ “มีชีวิต” (Active) ในโลกออนไลน์แทนที่
จะเล่า Lamina จากมุมของแบรนด์เพียงฝ่ายเดียว เราให้พื้นที่กับ Creators และ
Real Users เป็นคนสื่อสาร
ในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคมองหาความจริงใจ เราไม่ได้สื่อสารเพียงว่า “ฟิล์มลามิน่ากันความร้อนได้ดี” แต่เราใช้ช่วงเวลาที่สำคัญอย่างเทศกาลไหว้พระจันทร์ มาเปลี่ยนเป็นแคมเปญ “ขนมไหว้พระอาทิตย์”
เพื่อสร้างบทสนทนาเรื่องแดด และความร้อนในไทยที่ทุกคนเข้าถึงได้ เราเปลี่ยนจากโฆษณาแบบเดิม เป็นการชวน Creators และ Real Users มาเล่าเรื่องราวที่ตลก และมีส่วนร่วมได้จริงผ่าน TikTok และ
Facebook จนทำให้แคมเปญนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของฟิล์ม แต่เป็นเรื่องของ Lifestyle และความสนุก ที่เกิดขึ้นในคอมมูนิตี้














เพราะการสร้างความยั่งยืนให้แบรนด์ในยุค Digital-first ไม่ใช่แค่การมีพื้นที่โฆษณา แต่คือการสร้างพื้นที่ ให้แบรนด์ถูกค้นพบ (Discover),
ถูกพูดถึง (Talk about) และถูกแนะนำ (Recommend) จากคนในสังคม เพื่อสะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่ว่า ฟิล์มลามิน่า พูดแต่เรื่องความจริง ฟิล์มอะไรก็ได้ไม่ได้ เจาะจงฟิล์มลามิน่า